คู่มือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
|
หนองใน (GONORRHEA และ CHLAMYDIA (the 'clap') ('Klamydia'))
- เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ระยะฟักตัวประมาณสองสามวันถึงสองสามสัปดาห์หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ
- ในผู้ป่วยชายจะมีของเหลว (หนอง) ไหลจากท่อของอวัยวะเพศชาย อาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด อาการอาจถึงขั้นร้ายแรง หรือแค่ปานกลาง หรือแทบมองไม่เห็นเลยก็ได้
- ในผู้ป่วยหญิงมักมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลย แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โรคอาจลุกลามต่อไป (P.I.D.) และอาจทำให้ไม่สามารถมีลูกได้ในอนาคต
- โรคเหล่านี้สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะถ้าได้รับรักษาตั้งแต่ต้น
เริม (HERPES)
- เกิดจากเชื้อไวรัสที่สามารถรักษาได้แต่จะไม่หายขาด
- จะเริ่มแสดงอาการหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อประมาณ 3 ถึง 10 วัน
- แผลที่เกิดจากเริมจะเริ่มจากตุ่มใสๆ ซึ่งจะแตกออกเป็นแผลตื้นๆ และตกสะเก็ดในที่สุด
- ประมาณ 5 ถึง 15 วัน อาการจะทุเลาลงและหายไปเอง
- เชื้อจะยังคงอยู่ในร่างกาย และอาจเกิดแผลพุพองขึ้นอีกได้ในอนาคต ซึ่งบางครั้งอาจมีอาการถี่
- ผู้หญิงอาจไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อเริม เพราะแผลอาจเกิดขึ้นภายในช่องคลอด
จงป้องกันตนเอง อย่าลืมใช้ถุงยางอนามัย
หูดบริเวณอวัยวะเพศ (GENITAL WARTS)
- เกิดจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus)
- มีระยะฟักตัวจนเกิดอาการบวมนูนเป็นก้อนหรือปื้นภายใน 1 เดือน ถึง 1 ปี หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ
- มักไม่ค่อยเห็นในผู้ป่วยหญิง เพราะอาจเกิดในช่องคลอด ส่วนในผู้ชายอาจมีขนาดเล็กมากจนแทบจะมองไม่เห็น วิธีทดสอบอาจใช้น้ำส้ม
- ในผู้ป่วยหญิงจะมีอาการรุนแรงกว่า เพราะอาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้
- โรคนี้สามารถรักษาได้ สำหรับผู้หญิงควรตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก (PAP smear) ทุกครั้งที่เปลี่ยนคู่นอน
ซิฟิลิส (SYPHILIS)
- เกิดจาก (เชื้อ) แบคทีเรีย จะมีแผลเกิดขึ้นหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อประมาณ 3 อาทิตย์ ถึง 3 เดือน
- แผลที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นรูบนผิวหนังมีขอบแข็งไม่เจ็บ
- แผลอาจจะหายไปเองหลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์ แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย และจะแสดงอาการออกมาใหม่เป็นผื่นขึ้นทั่วตัว
- ผื่นจะหายไปเองเช่นกัน แต่เชื้อสามารถลุกลามไปทำลายอวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายหลังจากผ่านไปหลายๆปีได้
- ซิฟิลิสสามารถรักษาให้หายขาดได้ไม่ว่าจะอยู่ในระยะใดของโรคโดยใช้ยาเพนิซิลิน
- ในผู้ป่วยหญิงอาจเอกดแผลซ่อนอยู่ภายในช่องคลอด
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันได้
โลน (PUBIC LICE)
- มีขนาดเล็ก (1/8 นิ้ว) ลักษณะคล้ายแมลงมีสีเทาจนถึงน้ำตาล อาศัยอยู่บริเวณที่มีขน ในร่มผ้าและเป็นสาเหตุให้เกิดอาการคัน
- สามารถรักษาให้หายขาดได้ง่ายด้วยการทายาในบริเวณที่เป็น
ตัวหิด
- มีลักษณะคล้ายกับโลน แต่มีขนาดเล็กกว่ามากจนแทบมองไม่เห็น และอาศัยอยู่ใต้ผิวหนัง
- ทำให้เกิดตุ่มคันทั่วตัว
- รักษาด้วยการทายาทั่วตัว
- นำเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดตัวไปซักให้สะอาดหลังจากรักษาหายแล้ว เพราะของเหล่านี้เป็นที่อาศัยของตัวหิด
ช่องคลอดอักเสบ (VAGINITIS)
- เป็นอาการติดเชื้อในช่องคลอดซึ่งมักจะทำให้เกิดอาการตกขาว บางครั้งมีกลิ่นหรือไม่ก็ทำให้คัน
- เกิดได้จากเชื้อหลายตัว เช่น หนองใน (gonorrhea) chlamydia หรือยีสต์ (yeast) นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากเชื้ออื่นๆได้อีก เช่น trichomonas หรือแบคทีเรีย ซึ่งปกติจะอยู่ในช่องคลอด
- พบได้จากการตรวจตกขาวด้วยกล้องจุลทรรศน์
- ปกติจะรักษาได้ง่ายด้วยการให้ยาที่เหมาะสมกับเชื้อ
โรคติดเชื้อจากยีสต์ (YEAST INFECTION)
- เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง
- ทำให้เกิดอาการคันเป็นผื่นแดงใต้หนังหุ้มอวัยวะเพศชาย
- ในผู้ป่วยหญิงอาจมีตกขาวสีขาวข้น และเกิดอาการคันบริเวณช่องคลอด
- รักษาได้ง่ายด้วยการทาครีมฆ่าเชื้อราหรือรับประทายา
โรคตับอักเสบ (HEPATITIS)
- เป็นโรคร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งมีผลทำลายตับ
- อาจทำให้เป็นไข้ ปวดท้อง อ่อนเพลีย ตาเหลือง ผิวเหลือง และถ่ายปัสสาวะเป็นสีคล้ำ
- รักษาด้วยการผักผ่อน และมีวัคซีนสำหรับฉีดป้องการการติดเชื้อ
โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome - AIDS) / โรคเอชไอวี (HIV Disease)
- เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีความร้ายแรงที่สุด เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus) ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง
- ช่วงปีแรกของการติดเชื้อจะยังไม่เห็นอาการ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าคู่ของคุณเป็นเอดส์หรือไม่ จนกว่าจะไปตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี
- อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 10 ปีหลังจากติดเชื้อ แต่ขณะนี้การรักษาพัฒาไปมาก
- เอดส์เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ เอดส์ติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ใช้เข็มหรือหลอดฉีดยาเสพติดร่วมกัน
|
เอกสารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั่วไป
ขอให้ระลึกว่าโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์คุณก็จะไม่ติดโรค
ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์ ก็ขอให้ปฏิบัติตามกฎการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย โดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อได้ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ทั้งทางปาก ทางทวารหนัก และทางอวัยวะสืบพันธ์
จำกัดจำนวนคู่นอน
ควบคุมตนเอง โดยระลึกไว้เสมอว่าสุราและยาเสพติดอาจทำให้คุณทำสิ่งโง่ๆได้
คุยกับคู่นอนเรื่องการป้องกัน
ตรวจสอบตัวคุณเองและคู่นอน ถ้าเห็นรอยแผล ของเหลวที่ไหลออกมาจากอวัยวะเพศ หรือสิ่งผิดปกติใดๆของคู่นอนหรือตัวคุณเอง ขอให้ไปพบหรือโทรหาแพทย์โดยเร็ว
ดูรายละเอียดทั้งหมดพร้อมภาพประกอบจากคู่มือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้จากเว็บไซต์ของ Health Awareness Connection ได้ที่:
www.healthac.org
จัดทำโดย นายแพทย์โรเบิร์ต เทย์เลอร์
นายแพทย์โรเบิร์ต เทย์เลอร์
1755 Beacon Street
Brookline, MA 02445
www.healthac.com
ลิขสิทธิ์ 2541
|
|
[
home
|
info
|
std guide
|
news
|
links
|
site map
]
(c) 2000 Health Awareness Connection
|